ญ. : หวังจะเจอผู้ชายที่จะให้ความรักความอบอุ่น
ช. : หวังจะเจอผู้หญิงที่จะให้เซ็กซ์
ญ. : ต้องการคนเอาใจบ้างบางเวลา
ช. : ต้องการคนรับใช้ คอยทำตามคำสั่ง
ญ. : พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคนรักโดยไม่หวังอะไร
ช. : พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มีเซ็กซ์
ญ. : ยอมทุกอย่างเพราะรัก
ช. : ยอมทุกอย่างเพราะเซ็กซ์
ญ.: ถ้ามีความสัมพันธ์ทางกายกับคนรักแล้วจะยิ่งรักมากขึ้น
ช. : ถ้าได้มีเซ็กซ์แล้วก็จะเบื่อเร็วขึ้น
ญ. : พร้อมจะให้ทั้งกายและใจ เพียงหวังจะได้รับรักตอบ
ช. : พร้อมจะรับแต่ไม่พร้อมจะให้
ญ. : เห็นคนรักเป็นที่ระบายความรัก
ช. : เห็นคนรักเป็นที่ระบายความใคร่
ญ. : มองคุณค่าทางจิตใจเป็นเรื่องใหญ่
ช. : มองคุณค่าทางกายเป็นใหญ่
ญ. : มองความรักเป็นสิ่งสวยงาม
ช. : มองความรักเป็นเรื่องสนุก
ญ. : รักใครรักจริงแค่คนเดียว
ช. : รักใครหลายคน แต่ไม่จริงสักคน
ญ. : เป็นของคนรักเพียงคนเดียว
ช. : เป็นของสาธารณะ
ญ. : เชื่อฟังคนรักทุกอย่าง
ช. : ไม่แม้แต่จะฟัง
ญ. : ไม่เคยโกหกคนที่ตนรัก
ช. : โกหกทุกคำพูด
ญ. : มองคนรักดีกว่าคนอื่นเสมอ
ช. : มองคนอื่นดีกว่าเสมอ
ญ. : ไม่เคยมองใครอีก
ช. : มองหาแต่หญิงอื่นอยู่ร่ำไป
ญ. : ซื่อสัตย์
ช. : นอกใจ
ญ. : จำทุกเรื่อง ไม่ลืม
ช. : ลืมทุกเรื่อง ไม่จำ



P.s ขอขอบคุณบทความจาก อารมณ์ดีดอทคอม

โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน ไม่ได้ผู้หญิงทุกคน และไม่ได้ว่าผู้ชายทุกคน

อาจจะดูว่าเราแก่ แต่ตอนที่เรียนป.1 - ป.6 เพื่อนที่รุ่นเดียวกับเราเมื่อสมัยสิบแปดที่แล้ว

คงยังจำบทเรียนภาษาไทยกันได้น่ะ.....เราเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้ใช้บทเรียนภาษาไทย

ชุดนี้...เมื่อวันก่อนเราได้หนังสือชื่อ...ทางช้างเผือก(มานะ มานี ชูใจ ปิติ) 

มาอ่านทำให้เราได้เหมือนกับย้อนไปในอดีต

ตอนสมัยเด็ก...เลยเอามาแนะนำให้เพื่อนๆๆที่มีอายุประมาณยี่สิบกว่าๆๆขึ้นไปอย่างเรา

ลองเอามาอ่านกันดูน่ะ...

เผื่อจะได้นึกย้อนถึงอดีตสมัยเรียนประถม

มีทั้งความสุข...ความสนุก..ตามประสาเด็กๆๆเรื่องต่างๆๆ

ที่เมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว....ไม่สามารถที่จะทำได้

อยากจะบอกกับคนที่กำลังเรียนว่า

ขอให้สนุกกับวัยเรียนให้เต็มที่

เพราะเมื่อจบแล้วทำงาน...เราจะนึกย้อนกลับไปยังอดีตในวัยเด็ก

วันนี้หยิบเอาเมล์มาให้อ่านกัน

เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการประหยัดในช่วงนี้ได้

ไม่รู้ว่าเพื่อนๆๆเคยอ่านกันรึเปล่า

1. จงเติมน้ำมันตอนเช้าขณะที่อุณหภูมิบนพื้นดินยังเย็นอยู่
    อย่าลืมว่าปั๊มน้ำมันทุกแห่งมีถังน้ำมันฝั่งอยู่ใต้ดิน

เมื่อพื้นดินยิ่งเย็นน้ำมันยิ่งควบแน่น เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น

น้ำมันก็จะขยายตัวตามหากเติมน้ำมันช่วงบ่ายหรือเย็น

คุณจ่ายค่าน้ำมัน 1 แกลลอน
 
แต่ได้มาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
  ธุรกิจค้าน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นน้ามันเบนซิน ดีเซล

น้ำมันสำหรับเครื่องบิน
   เอทานอล หรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่นๆ

อุณหภูมิและความถ่วงจำเพาะ
   มีบทบาทสำคัญ อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศา

หมายถึงเงินมหาศาลในธุรกิจนี้
 
แต่ปั๊มน้ำมันไม่มีการชดเชยอุณหภูมิให้ลูกค้า
 
2.ขณะเติมน้ำมัน อย่าให้เด็กปั๊มตั้งหัวฉีดอยู่ในตำแหน่งไหลเร็ว
  (ในอเมริกาเจ้าของรถต้องลงมือเติมเอง)
   หากคุณสังเกต จะเห็นว่ากลไกเหนี่ยวมี 3 ระดับ

คือ low, middle, และ high
 
เมื่อตั้งในระดับไหลช้า จะเกิดไอระเหยของน้ำมันน้อยที่สุด
 
หากตั้งในระดับไหลเร็ว น้ำมันบางส่วนจะกลายเป็นไอระเหย
 
และถูกสูบย้อนกลับไปยังถังใ้ต้ดิน นั่นหมายถึงคุณจ่ายเงินมากกว่าที่ควร
3. ควรเติมน้ำมันเมื่อน้ำมันในรถเหลือครึ่งถัง
 
(แหล่งข้อมูลบางแห่งแนะนำว่า เติมน้ำมันแค่ครึ่งถังก็พอ
 
 จะได้ลดน้ำหนักบรรทุกและประหยัดน้ำมัน ทั้งนี้และทั้งนั้น
 
 ขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณตัดสินเอาเองก็แล้วกัน

หมายเหตุผู้แปล)
 
 เหตุผลคือ น้ำมันบรรจุในถังยิ่งมาก เนื้อที่ว่างสำหรับไอระเหยก็ยิ่งน้อย
 
 เพราะน้ำมันระเหยเป็นไอเร็วกว่าที่คุณคาดคิด
 
 ในคลังเก็บน้ำมันจะมีอุปกรณ์ภายในถัง

ทำหน้าที่เป็นเพดานลอยขึ้นลงตามระดับน้ำมัน

ทำให้ไม่มีช่องว่างระหว่างน้ำมันกับอากาศ

ลดไอระเหยของน้ำมันให้น้อยที่สุด

รถขนส่งน้ำมันเมื่อมาบรรทุกน้ำมัน
 
 จึงเติมได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ผิดกับที่ปั๊มน้ำมันซึ่งไม่มีการชดเชยอุณหภูมิ
 

4. ข้อเตือนใจอีกข้อหนึ่ง
    ขณะที่คุณขับรถเข้าปั๊มถ้าเห็นรถบรรทุก

กำลังถ่ายน้ำมันเข้าสู่ถังเก็บใต้ดิน
    จงอย่ารีบร้อนเติมน้ำมันช่วงเวลานั้น เพราะตอน

"ลงของ" สิ่งแปลกปลอม
 
ซึ่งปรกติจะตกตะกอนอยู่ใต้ถัง

ถูกปั่นป่วนจนลอยตัว
   หากคุณเติมน้ำมันช่วงเวลานั้น

อาจมีโอกาสดูดเอาสิ่งแปลกปลอม

เข้าสู่รถคุณได้

รักรถต้องรู้จักเลือกสิ่งที่ดีให้แกรถ(และช่วยให้กระเป๋าไม่แบนเร็ว)

 

 

edit @ 9 Jun 2009 22:08:03 by หนูแอม

เมื่อวานพอฝนหยุดตกแล้วหันออกไปเห็นรุ้งกินน้ำ

เลยถ่ายรูปมาฝากเพื่อนๆๆกันค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

วันหนึ่งมีชายหญิงคู่หนึ่งพึ่งรักกันทั้งคู่รักกันมาก

ผู้ชายให้สัญญากับผู้หญิงว่า

ผมจะรักคุณตลอดไป ผู้หญิงจึงบอกกลับว่า
ฉันเชื่อคุณ
และจะรักคุนอย่างที่รักฉัน

ให้ดีที่สุด ทั้ง 2 คบกันไปชั่วในระยะเวลาหนึ่ง ในระหว่างที่ 2
คนได้เดินจับมือ

กันอยู่ในสวนสาธารณะนั้น ได้มี นางฟ้าคนหนึ่ง ปรากฏกายลงมา
พร้อมกับบอกว่า

"ท่านทั้ง 2 มีความรัก บริสุทธิ์ต่อกัน เราอยากจะให้ท่าน
ได้เห็นอนาคตของท่านทั้ง 2"

ชาย หญิงคู่นั้น จับมือกันไว้แน่นและรุสึกดีใจที่ความรักของเค้าและเธอ
ถึงขนาดนางฟ้ามาให้พร

นางฟ้าจึงพูดขึ้นว่า "ท่านจะดูอนาคตของท่านทั้ง
2
นับตั้งแต่นี้หรือไม่
ชายและหญิงคู่รักมองตากัน

แล้วตอบพร้อมกันว่า "เราทั้ง 2 ไม่กลัวอนาคตเรามั่นใจในกันและกัน"
นางฟ้าได้ยินดังนั้น จึง

เสก ของออกมาเป็นซีดี 2
แผ่นให้ทั้งคู่ไปดูอนาคต.......................


ที่บ้านของหญิงสาว หญิงสาวค่อยๆควักแผ่นซีดีที่ได้จากนางฟ้า
ใส่ลงในเครื่องเล่นซีดี

ในภาพ เห็น ในภาพแรกเธอและแฟนของเธอแต่งงานกัน
เธอยิ้มแก้มปริมีความสุขอย่าง

บอกไม่ถูก ในภาพหลังๆ หญิงสาวได้เห็นว่า มีรูปของแฟนเธอคบชู้

เธอนั่งร้องไห้ เสียใจ

ทันใดนั้น มีเสียงประตูเคาะขึ้นที่ห้องของเธอ เธอรีบปิดเครื่องวีซีดี
และซับน้ำตา

รีบไปเปิดประตู ปรากฏว่าเป็นแฟนของเธอเอง แฟนเธอยิ้ม
แต่เธอโมโหจึงตบหน้าเค้าอย่างแรง

และปิดประตูโดยที่ฝ่ายชาย งง ๆ เธอนอนร้องไห้
ถึงอนาคตที่จะต้องเกิดเช่นในวีซีดีนั้น

หลังจากนั้น เธอพยายามหนีหน้าชายคนรักของเธอ
โดยที่ผู้ชายก็ตามง้อยกใหญ่โดยผู้ชาย

ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร เธอพยายามหาทางเลิกกับผู้ชาย จนสำเร็จ
จนวันหนึ่ง ได้มีเสียงเคาะ

ประตู เธอเปิดประตู แต่ทันใดนั้น
คนที่เคาะประตูก็หันหลังจนลับตาไปเสียแล้ว เธอจำได้ดีถึงแผ่นหลังของ

อดีตชายที่ตัวเองรัก เธอมองลงพื้น
พบซีดีอีกแผ่นหนึ่งของที่นางฟ้าได้ให้ผู้ชาย.....

เธอนำซีดีแผ่นนี้ไปเปิดอีกครั้ง พบภาพ ที่เหมือนกันคือ

ภาพที่ทั้งคู่แต่งงานกันอย่างมีความสุขแต่ภาพหลังจากแต่งงานคือ
ภาพที่เธอมีชู้กับผู้ชายคนใหม่

โดยมีแฟนของเธอร้องไห้อยู่ข้างๆ ........
เธอน้ำตาไหลและปิดวีดิโออย่างช้าๆ ..... เธอค่อยๆเปิดจดหมาย

ที่แนบมากับซีดีนี้อ่าน ข้อความเขียนว่า
"ผมไม่กลัวอนาคตเรามั่นใจในกันและกัน ขอบคุณแม้ผมจะเชื่อใน

คุณฝ่ายเดียวก็ตาม ลาก่อน" ...............

คำว่าเชื่อใจเท่านั้น ที่ทำให้ คนทั้ง 2 คน คบกันอย่างมีความสุข

แล้วคุณละเชื่อใจคนรักของคุณมากแค่ไหน ?

A Moment to Remember

posted on 02 Jun 2009 22:57 by nuamam

เรื่องราวของคนสองคนที่แตกต่างกันและบังเอิญมาพบกัน

รักกัน...แต่แล้วโชคชะตาก็พรากเค้าจากกัน

ไม่ใช่ร่างกายแต่เป็นความทรงจำ...ความผูกพัน...และความรัก

คิม ซูจิน” ดีไซเนอร์สาวลูกเศรษฐี ตัดสินใจหนีตามผู้ชายที่แต่งงานแล้ว

แต่ก็ไปไม่ตลอดรอดฝั่ง...“ซูจิน” ได้พบ “ชอย ซุลวู” หนุ่มช่างไม้ที่เผอิญสวนกันที่หน้าประตูร้านมินิมาร์ท...

“ซูจิน” เข้าใจผิด “ซุลวู” คิดว่าเขาดื่มน้ำอัดลมที่เธอซื้อและลืมไว้

เธอจึงแย่งน้ำกระป๋องนั้นมาดื่ม

ต่อมารู้ภายหลังว่าเป็นน้ำคนละกระป๋องกับที่ลืมไว้

          จุดเริ่มต้นการพบกันของ “ซูจิน” และ “ซุลวู” ล้วนเกี่ยวพันกับเรื่องเวลา

และความทรงจำ “ซูจิน” ที่นึกได้ว่าลืมกระเป๋าเงิน

และน้ำไว้ที่ร้านเดินกลับมา และได้พบ “ซุลวู”

จากนั้นเมื่อได้พบกันอีก ทั้งคู่ต่างก็มี “ความทรงจำ” ครั้งแรกที่หน้าประตูร้านมินิมาร์ทด้วยกัน

และเรื่องราวของทั้งคู่ก็ดำเนินต่อไปอย่างโรแมนติก

          ห้วง เวลาชีวิตครอบครัวแสนสุขของ “ซูจิน” และ “ซุลวู”

ค่อยๆเหลือเวลาสั้นลง เมื่อ “ซูจิน” พบความผิดปกติจากอาการหลงลืม

จากแค่ขี้ลืมเล็กน้อยกลายเป็นการหลงลืมชั่วขณะ

ไม่ว่าจะเริ่มสับสนจำทางกลับบ้านได้ยากลำบาก

หรือไม่คุ้นเคยกับสถานที่ที่เคยมาเป็นปกติ ที่แย่กว่านั้นบางครั้ง

“ความรู้สึก” ของ “ซูจิน” กลับไปอยู่ในอดีตเมื่อเดือนสองเดือนก่อน

          เมื่อแพทย์ตรวจพบความผิดปกติของเซลล์สมอง

และวินิจฉัยว่าเธอเป็น “อัลไซเมอร์” โดยจะค่อยๆหลงลืม

“ความทรงจำ”

ที่เกิดขึ้นในระยะกระชั้นกระชิดก่อนจนกระทั่งค่อยๆลืมความทรงจำในอดีตทั้งหมด

เสมือนย้อนเข็มนาฬิกา

เมื่อความผูกพันของทั้งคู่กำลังจะเลือนหายไป

เมื่อวันหนึ่งมาถึง “ซูจิน” จะลืมทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา…

เธอจะลืมเค้า....แต่เค้าไม่เคยลืมเธอ...เค้าทำทุกอย่าง

เพื่อเอาความทรงจำของเธอกลับมา.........

เราควรหันมามองคนที่อยู่ข้างๆๆเราให้มากขึ้น

หมั่นบอกรักและทำดีกับคนรอบข้างของเราเสมอ...

เำพื่อเค้าจะได้จดจำเราไม่มีวันลืมเลือน.....

      

edit @ 2 Jun 2009 23:34:45 by หนูแอม

เริ่มต้นฤดูกาลรับน้องใหม่ของมช.

ช่วงนี้ถ้าเข้าไปในมช.เราจะได้กลิ่นเหมือนกันคือ...........

เหม็นเสื้อใหม่น้องๆๆปีหนึ่งนอกจากนี้เรายังอายสีเสื้อ

ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะถ้าเราใส่เสื้อสีขาวเข้าไปใกล้เสื้อเราจะมีอายุพันปีทันที

น้องๆๆห้อยป้ายชื่อแนะนำตัวเองโดยที่เราไม่ต้องถามเลย

 อยากรู้ว่าน้องอยู่คณะไหนสังเกตจากสีและแบบป้ายชื่อได้ไม่ต้องถาม

น้องๆๆจะแต่งตัวน่ารักเรียบร้อย

ยกเว้นคณะหนึ่งจะเรียบร้อยเป็นพิเศษคือ....

คณะวิจิตรศิลป์......นอกจากจะแต่งตัวตามระเบียบมากๆๆแล้ว

ทรงผมของน้องๆๆเป็นที่ถูกใจและประทับอย่างยิ่ง

เพราะ....ชายแท้(ไม่แท้)จะตัดรองทรงสั้น....หญิงแท้(ไม่แท้)จะมัดผมตึงแน่น

หนังศีรษะแทบจะไม่มีรอยย่นเพราะตึงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 แปลกแต่จริง....พอเวลาผ่านไปขึ้นปีสองจากผมรองทรงสั้นเป็นผมยาวสลวยยิ่งกว่าผู้หญิง

จากผมมัดตึงแน่นก็มาเป็นผมหยิกหรือหัวฟูดูเป็นศิลปินโดยแท้

อีกอย่างที่เราประทับใจกับคณะนี้ก็คือ.......

เด็กปีหนึ่งวิจิตรศิลป์จะมีความสามารถโดยที่เต้นแต่จะทำหน้าเฉยมากๆๆทำให้คนทั้ง

หอประชุมหัวเราะแทบบ้า

ใครที่เป็นลูกช้างคงจะนึกภาพออก.....เป็นคณะที่น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

(ใครอยากรู้ว่าเป็นอย่างที่เราบอกไหมให้ดูเรื่องเพื่อนสนิทช่วงแรกๆๆ)

วันนี้ขอจบการรายงานเพียงเท่านี้ก่อนน่ะค่ะ (ขอไปเก็บข้อมูลคณะอื่นมาเล่าให้ฟัง)

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

 

edit @ 1 Jun 2009 23:24:55 by หนูแอม

อันดับ 1

ผู้หญิงหอมแก้มกัน : ดูน่ารัก
ผู้ชายหอมแก้มกัน : อืยยย...หวาดเสียว ขนลุก

อันดับ 2

ผู้หญิงใส่กางเกงฟิตๆ : น่ามองจริงๆ น่าชม
ผู้ชายใส่กางเกงฟิตๆ : แหยะ! จะอ้วก 

อันดับ 3

ผู้หญิงตบผู้ชาย : ป้องกันตัว หรือ "สุดจะทน"
ผู้ชายตบผู้หญิง : ไอ้หน้าตัว mear !

อันดับ 4

ผู้หญิงร้องไห้ : ดูน่าสงสาร
ผู้ชายร้องไห้ : ปลาซิว

อันดับ 5

ผู้หญิงเป็นเพื่อนกัน ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน : ดูน่ารักดี สดชื่น
ผู้ชายเป็นเพื่อนกัน ดูแลห่วงใยเอาใจใส่กัน : ชักแปลก ดูเหมือนคู่เกย์

อันดับ 6

ผู้หญิงหลอกรับประทานผู้ชาย : อ่อ อาจเป็นเรื่องปกติ 
 ผู้ชายหลอกรับประทานผู้หญิง : สารเลว เกาะผู้หญิงกิน

อันดับ 7 

ผู้หญิงพูดตรงๆ : ดูเป็นคนเปิดเผย
ผู้ชายพูดตรงๆ : ไอ้ ba พูดไม่เข้าหูคน

อันดับ 8

ผู้หญิงเข้าห้องน้ำผู้ชาย : มันผิดพลาดกันได้!
ผู้ชายเข้าห้องน้ำผู้หญิง : ไอ้ ba ! โรคจิต

อันดับ 9

ผู้หญิงเดินตกท่อ : น่าสงสารจัง เป็นอะไรมากมั้ย?
ผู้ชายเดินตกท่อ : ไอ้โง่! เดินไม่ดูตาม้าตาเรือซะเลย

อันดับ 10

ผู้หญิงขับรถปาดหน้า : ช่างเหอะ ผู้หญิงก้ออย่างนี้แหละ 
ผู้ชายขับรถปาดหน้า : แซงขึ้นแล้วยิง!! 

ขอบคุณภาพจากwww.teenee.com

edit @ 30 May 2009 21:28:43 by หนูแอม

edit @ 30 May 2009 21:31:20 by หนูแอม

โลกกลมๆ ใบนี้ ไม่มี อะไรได้มา ฟรี
ของ ฟรีไม่เคยมี ของ ดีไม่เคยถูก
อยู่ให้ ไว้ใจ ไปให้ คิดถึง
คน
เราต้องเดินหน้า เวลา ยังเดินหน้าเลย
ไม่ต้องสนใจ
ว่าแมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้ จับหนูได้ก็พอ
ยิ่งมี ใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่ เยือกเย็น
ในโลกกลม ๆ ใบนี้ ไม่มีคำว่า } แน่นอน ~
คนเรา
เมื่อ ตัวตาย ก็ต้องลงดิน
ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้ แต่อย่าริษยา พักได้ แต่อย่าหยุด
เหตุผล
ของ คน ๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของ คน อีก คน หนึ่ง
ถ้าไม่ลอง
ก้าว จะ ไม่มีวันรู้ ได้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร
หนทาง
อันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้อง เริ่มต้นด้วยก้าวแรก ก่อนเสมอ
ปัญหา
ท?กอย่าง อยู่ที่ ตัวเรา ทั้งสิ้น
จะเห็นค่า
ของความอบอุ่น เมื่อผ่าน ความเหน็บหนาว มาแล้ว
อันตราย
ที่สุดคือ การคาดหวัง

เริ่มต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย
อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่

จง ใช้สติ อย่าใช้อารมณ์
เบื้องหลัง ความเข้มแข็ง สมควรมี ความอ่อนโยน
ไม่มีคำว่า บังเอิญ ในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่า ตั้งใจ
ยินดี
กับสิ่งที่ได้มา และ ยอมรับ กับสิ่งที่เสียไป

หลังพายุ
ผ่านไป ฟ้า ย่อม สดใส เสมอ
หลังผ่าน ปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้น เล็กนิดเดียว
ไม่เป็น
ขุนนางนะ ได้ แต่ไม่เป็น คนไม่ได้
มีแต่ วันนี้ ที่มีค่า ไม่มี วันหน้า วันหลัง
เมื่อวาน
ก็สายเกินแล้ว พรุ่งนี้ ก็ สายเกินไป
อย่าหวัง
ว่าจะได้รับความรัก จากคนที่คุณรัก
เพราะคนที่ คุณรัก ไม่ได้ รักคุณ หมดทุกคน

เพื่อนทั่วไป
ไม่เห็นคุณร้องไห้
เพื่อนแท้
มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาให้
เพื่อนทั่วไป
ถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ
เพื่อนแท้
จะมาแต่หัววันเพื่อช่วยเตรียมงาน
เพื่อนทั่วไป
คาดหวังให้คุณเคียงข้างเขาเสมอ
เพื่อนแท้
คาดหวังที่จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป
เพื่อนทั่วไป เข้าหาผลประโยชน์ ที่ได้รับจากเรา

ลมผ่านร้านกาแฟ

posted on 28 May 2009 21:25 by nuamam

วันนี้ได้รับเมล์จากเพื่อน...เลยอยากให้ได้อ่านกันเป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่เค้าจะต้องอดทนรอคอยเวลาเพื่อ

ที่จะได้เจอคนที่รัก......แต่เมื่อได้เจอกลับต้องพบกับการลาจาก

ไม่รู้น่ะว่าบางคนอาจจะเคยได้อ่านแล้ว

อยากให้อ่านจนจบน่ะค่ะ

ในร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง มีแขวนกระดิ่งเล็กๆไว้ที่ประตูร้าน ทุกครั้งที่มีแขกเข้าร้าน ก็จะทำให้กระดิ่ง นั้นส่งเสียงดัง `Ding Ding`

วันหนึ่ง มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 กว่าปีเข้ามาในร้านกาแฟนี้  เจ้าของร้านสาวสวยก็รีบออกมาต้อนรับให้เขานั่งด้านใน

“กาแฟแก้วนึงครับ”

“ได้ ค่ะ รอสักครู่นะคะ”  เจ้าของร้านสาวพูดพลางยิ้มให้อย่างมีมารยาทแล้วก็ไปบดเม็ดกาแฟและตั้งกา ต้มกาแฟ ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวอยู่ตลอด ไม่นานนัก เจ้าของร้านสาวก็นำกาแฟมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะชายหนุ่ม

“ขอบคุณครับ คุณเพิ่งมาเป็นครั้งแรกใช่ไหม? ” 

“ รู้สึกว่าที่นี่เป็นอย่างไรบ้างคะ?”   เจ้าของร้านสาวถาม

“ใช่ครับ ผมรู้สึกว่าที่นี่บรรยากาศดีมากๆเลยครับ”


“ฉัน ก็ชอบบรรยากาศของร้านนี้มากเหมือนกันถึงแม้ว่ากิจการร้านนี้ไม่ค่อยดีนัก ฉันกับสามีก็เสียดายไม่อยากจะปิดร้านทิ้ง”  ทั้งคู่เงียบไปสักพัก

“ผมขอถามอะไรคุณบางอย่างได้ไหมครับ? เอ่อ... ก่อนที่จะถามคุณ ผมอยากจะเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้คุณ “ฟังก่อน” ชายหนุ่มพูดถามขึ้นมา

“ได้ค่ะ คุณพูดมาได้เลย”
เจ้าของร้านสาวก็สนใจที่จะฟัง

ชายหนุ่มก็เล่าเรื่องเรื่องหนึ่งซึ่งผ่านมานานมากแล้ว

“เมื่อ ก่อนผมมีแฟนคนหนึ่ง เราสองคนก็ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในอนาคตแล้วความรักของเรา สองคนนั้นถึงแม้จะธรรมดา แต่แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว เพราะผมรักเธอมาก เพียงแค่มีเธออยู่ข้างๆผมก็มี ความสุขมากแล้ว แต่ทว่า ความสุขอันนี้มันช่างสั้นนัก หลังจากนั้นก็มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น ก่อนหน้าพิธีหมั้นของเราสองคนหนึ่งเดือน คืนนั้นผมมีธุระต้องทำ จึงไม่สามารถไปส่งเธอกลับบ้านได้ ในคืนนั้น เธอโดนคนร้ายรุมข่มขืน...”

“ แล้วหลังจากนั้นเป็นอย่างไรคะ?  ความรู้สึกของคุณที่มีต่อเธอเปลี่ยนไปหรือ?”  เจ้าของร้านสาวถามด้วยความสงสาร

“ถึง แม้จะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ความรักของผมที่มีให้เธอก็คงยังมั่นคงมิได้แปรเปลี่ยนเลยสักนิด ผมก็ ตั้งใจจะจัดพิธีหมั้นขึ้นตามเดิม แต่... เธอคิดไม่ตก เธอเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นเธอคนเดิมแล้ว ในวันหมั้นของเราสองคนวันนั้น เธอผูกคอตาย โชคยังดีที่ว่าพวกเราพบเธอได้เร็ว ช่วยชีวิตเธอไว้ได้แต่เพราะว่าสมองขาดออกซิเจนนานเกินไป
ทำให้เธออยู่ในสภาพไม่มีความรู้สึกตัว และอาจจะไม่ฟื้นขึ้นมาเลยก็ได้... สุดท้าย เธอก็ฟื้นขึ้นมา เมื่อผมรู้ว่าเธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็รีบไปหาเธอ แต่พ่อแม่เธอขวางกั้นผมไว้ไม่ให้ไปพบเธอ พวกเขาคุกเข่าลงมาขอร้องผม

พูด ว่าลูกสาวเขาตื่นกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเธอมาก ตอนนี้  กลายเป็นว่าความทรงจำบางส่วนได้หายไป หมอบอกว่าเมื่อคโดนกระตุ้นจิตใจอย่างแรง ก็อาจจะเลือกที่จะหลบหลีกความทางจำอันนั้นโดยการฝังลึกไว้ในใจตัวเอง ไม่ต้องการที่จะจำเรื่องเลวร้ายนั้นอีก  เธอ ลืมหมดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาด้วย พ่อแม่เธอขอร้องให้ผมอย่าเพิ่งไปพบเธอสักพัก เขาไม่ต้องการให้เธอนึกถึงเรื่องน่าเศร้านั้นอีกเพราะกลัวว่าเธอจะฆ่าตัวตาย อีก ผมให้สัญญากับพ่อแม่ของเธอไว้ว่าจะไม่ไปพบเธอก่อนจะครบสิบปี
ถึง แม้จะบังเอิญเจอกันในที่อื่น ก็จะทำเป็นไม่รู้จัก ไม่ทักทายกันเด็ดขาด ช่วงเวลานั้นมันช่างทรมานยิ่งนัก อยากรักเธอ แต่ไม่อาจทำได้ อยากจะพบหน้าเธอ แต่ก็ไปพบไม่ได้ วันนี้ เป็นวันครบสิบปีนั้นแล้ว”

“ขอแสดงความยินดีให้ด้วยค่ะ คุณรอคอยมาสิบปีแล้ว ในที่สุดวันนี้ก็สามารถไปพบเธอได้แล้ว”

“ใช่ครับ แต่... ยิ่งใกล้ถึงเวลานี้ ผมก็ยิ่งกลัว สิบปีที่ผ่านมานี้ ความรักผมนั้นยังไม่เปลี่ยน แต่ตัวเธอล่ะ? ถ้าผมเล่าเรื่องในอดีตให้เธอฟังเธอก็ยังจำผมไม่ได้ แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะ? หรือว่าเธอได้แต่งงานไปแล้ว ผมควรจะทำเช่นไรดี?
เพราะเช่นนี้ ผมอยากจะถามคุณว่า คุณคิดอย่างไร? ถ้าแฟนผมคนนี้แต่งงานไปแล้ว ผมควรจะบอกให้เธอ ได้รับรู้เรื่องนี้มั้ย?”

เจ้า ของร้านสาวก็พูดอย่างจริงใจว่า “ถ้าสมมุติว่าเธอมีแฟนแล้ว ก็ไม่เป็นไร เพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ แต่งงานกัน คุณยังมีโอกาส แต่ถ้าเธอคนนั้นได้แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว คุณก็ไม่ควรไปทำลายครอบครัวเขา” ชายหนุ่มได้รับฟังแล้ว ก็แค่ตอบสั้นๆด้วยความผิดหวัง...

“นั่นสินะ...”  `Ding Ding` พอดีเวลานี้ก็มีแขกคนอื่นเข้ามาในร้าน

เจ้าของร้านสาวก็พูดกับชายหนุ่มว่า
“ฉันต้องไปต้อนรับแขกแล้ว  เชิญตามสบายนะคะ”

เธอเดินออกไปได้สองก้าว ก็หันกลับมาถามเขาว่า
“จริงสิ คุณเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก ยังไม่ค่อยสนิทกับฉัน มากนัก ทำไมถึงเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังล่ะคะ?”

ชายหนุ่มคิดสักครู่ถึงตอบออกมา “เพราะว่า เธอคนนั้นเคยพูดเอาไว้ว่า หลังแต่งงานแล้ว เธออยากจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆอย่างนี้เหมือนกัน”

“อ๋อ อย่างนี้เองหรือคะ”
  พูดจบเธอก็หันหลังกลับเดินไปต้อนรับแขกที่เข้ามาใหม่

ชาย หนุ่มมองตามร่างของเจ้าของร้านสาวนั้น น้ำตาเขาค่อยๆหยาดไหลออกมา เขาตัดสินใจไม่บอกเธอว่า แท้จริงแล้วเขามาที่ร้านนี้เพื่ออะไร แฟนของเขาคนนั้น อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอนั้นมันช่างไกลยิ่งนัก กาแฟในแก้วนั้น ก็ไม่รู้เย็นลงตั้งแต่เมื่อไหร่...